
2026-06-03 (JST)
สวัสดีพี่น้องชาวไทยทุกท่านที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น!
หน่วยงานได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์ที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตทางเพศของกลุ่มคนรักร่วมเพศ(gay)และคนรักสองเพศ(bisexual) เป็นภาษาญี่ปุ่น และนำเสนอข้อมูลเอชไอวีที่ครอบคลุมลงบนเว็บไซต์ “HIV Map” แล้ว
อชไอวีคือชื่อของไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ เชื้อไวรัสจะติดต่อเมื่อสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น น้ำอสุจิหรือเลือด จากการที่มีผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายของอีกคนหนึ่งผ่านเยื่อบุหรือบาดแผล ส่วนใหญ่มักติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย ยาPrEP หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันโดยไม่ได้ฆ่าเชื้อ เชื้อไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารโดยใช้ช้อนส้อมร่วมกัน หรือการใช้ห้องน้ำเดียวกัน
โรคเอดส์คือชื่อของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี หลังจากการติดเชื้อเอชไอวีหากปล่อยทิ้งไว้หลายปีโดยไม่ได้รับการรักษา ระบบภูมิคุ้มกันจะค่อยๆอ่อนแอลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เพิ่มมากขึ้น หากร่างกายแข็งแรงมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงปกติจะไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น สภาวะนี้ซึ่งมีอาการของการติดเชื้อต่างๆเรียกว่า โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome) หากปล่อยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง และไม่ได้รับการรักษา จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจะสูงมาก
นประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 1,000 คนต่อปี มีรายงานว่า 60-70% เกิดจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างชายกับชาย นอกจากนี้ยังมีจำนวนชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นที่ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ด้วยการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวี ดังนั้นจึงเชื่อว่าข้อเท็จจริง อาจมีผู้ติดเชื้อสูงกว่านี้มาก
วิธีการหลักในการป้องกันการติดเชื้อ HIV คือ การใช้ถุงยางอนามัย และการใช้ PrEP การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย การใช้ PrEP มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทั้งฝ่ายรับและฝ่ายรุก การอมอวัยวะเพศชายก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการป้องกันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
ถุงยางอนามัยมีราคาไม่แพง และสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ ในทางกลับกัน การใช้PrEP เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ HIV ผ่านทางเพศสัมพันธ์โดยอนุญาตให้ผู้ที่ไม่ติดเชื้อรับประทานยาต้าน HIV เป็นมาตรการป้องกัน เงื่อนไขในการใช้ PrEP คือต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ HIV และได้รับการยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ HIV นอกจากนี้ควรได้รับการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ และตรวจการทำงานของไตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
การติดเชื้อเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส เริม คลามิเดีย และหนองใน เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV จึงแนะนำให้ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำเช่นกัน นอกจากนี้ หากมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรรีบไปพบแพทย์
หากคุณติดเชื้อเอชไอวี คุณอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ประมาณสองถึงสี่สัปดาห์ต่อมา อย่างไรก็ตาม บางคนอาจไม่มีอาการใดๆ เลย ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุได้ว่าคุณติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่จากอาการเพียงอย่างเดียว หากต้องการทราบว่าคุณติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ คุณต้องทำการตรวจเลือด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะมีเพศสัมพันธ์ที่อาจทำให้ติดเชื้อได้ การตรวจทันทีหลังจากนั้นก็จะไม่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ควรเว้นระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้วทำการตรวจอีกครั้งในอีกสองถึงสามเดือนต่อมา นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายเข้ารับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง
คุณสามารถตรวจหาเชื้อ HIV ได้ฟรี โดยไม่เปิดเผยตัวตนที่ศูนย์สุขภาพของรัฐ คุณสามารถเข้ารับการตรวจได้โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ฯลฯ และข้อมูลส่วนตัวของคุณจะได้รับการคุ้มครองเป็นความลับอย่างเคร่งครัด เนื่องจากศูนย์สุขภาพของรัฐส่วนใหญ่ไม่ได้ให้บริการเป็นภาษาต่างประเทศ จึงควรปรึกษากับองค์กรพัฒนาเอกชนที่ให้บริการโดยให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ในบริการได้หลายภาษา และบริการจัดหาล่ามให้ การตรวจยังมีให้บริการ ที่โรงพยาบาลและคลินิกต่างๆ (โดยคุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง)
หากได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ HIV คุณสามารถได้รับการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิกที่สามารถให้การดูแลและรักษาการติดเชื้อ HIV ได้ ที่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายบังคับให้เนรเทศผู้ติดเชื้อ HIV สถานพยาบาลมีให้บริการโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานะการพำนัก อย่างไรก็ตาม มีสถานพยาบาลเพียงจำนวนจำกัดเท่านั้นที่สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมเป็นภาษาต่างประเทศได้ กรุณาปรึกษาที่ศูนย์อนามัย สาธารณสุขหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เกี่ยวกับสถานที่จะขอรับการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลและคลินิกจะทำการทดสอบที่ละเอียดกว่า เช่น การตรวจสถานะภูมิคุ้มกัน การให้คำแนะนำเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษา โดยส่วนใหญ่ชาวต่างชาติที่มีสถานะการพำนักเกิน3เดือนขึ้นไป (ไม่รวมในช่วง3เดือน) มาทำงาน ศึกษา เป็นต้น จะได้รับความคุ้มครองจากประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อยกเว้น กรุณาสอบถามสถานที่ตนเองทำงานอยู่ หรือสถาบันการศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ นอกจากนี้ยังมีระบบที่ให้เงินอุดหนุนทางการแพทย์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษา HIV กรุณาปรึกษานักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หรือปรึกษาที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่มีการพัฒนายาที่ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสเอชไอวีในร่างกาย (ยาต้านเอชไอวี) ในประเทศญี่ปุ่นมีการรักษาให้บริการโดยไม่จำกัดสัญชาติ การรับประทานยาต้านเอชไอวีอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาสุขภาพให้ดีได้ในระยะยาวและใช้ชีวิตได้คล้ายกับการใช้ชีวิตก่อนติดเชื้อเอชไอวี นอกจากนี้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการรักษา และรักษาระดับไวรัสในเลือดให้ตรวจไม่พบอย่างสม่ำเสมอ จะไม่เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อีกต่อไป (U=U) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ สิ่งสำคัญคือต้องมีการตรวจพบการติดเชื้อเอชไอวีให้เร็วที่สุด และไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มการรักษาแล้วสิ่งสำคัญคือต้องรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน ถึงแม้ว่าการติดเชื้อเอชไอวีจะลุกลามเป็นโรคเอดส์แล้ว หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพโดยส่วนใหญ่มีก็สามารถฟื้นฟูสุขภาพได้